พบต้นตะเคียนเก่าแก่ อายุกว่า 200 ปี ใต้คลอง ประชาชนต่างพากันไปขูด ขอหวย กันครึกครื้น

คอหวย จังหวัดเพชรบูรณ์ครึกครื้น เมื่อมีประชาชนในที่ ต.วังโป่ง งมเจอต้นตะเคียนโบราณ อายุกว่า 200 ปี อยู่ก้นคลองวังโป่ง-ซับเปิบ งานนี้ ส่งผลให้เหล่าคอหวยในที่ ต่างพากันไปยังสถานที่ที่พบ ต้นตะเคียน เพื่อให้ขูดเลข ขอหวย เพื่อให้หวัง เลขเด็ด กันยกใหญ่

ต้นตะเคียนดัง ที่บ้านเนินตะขบ หมู่ 4 ตำบลวังโป่ง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ประชาชนในที่ทาง ใด้เปิดเผยว่า ระยะนี้อากาศร้อนอบอ้าวและปริมาณน้ำในลำคลองได้แห้งลงจนเกือบหมด จึงมีราษฎรกลุ่มหนึ่ง รวม 3 คน เตรียมแหและอุปกรณ์หาปลา เดินไปหาจับปลาในคลองวังโป่ง-ซับเปิบ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวหมู่บ้าน หวังมาทำอาหารเย็นกินร่วมกัน

ในเวลาต่อมาเมื่อไปถึง ราษฎรได้ทำการหว่านแหลงไปโครมแรก แต่ไม่สามารถดึงขึ้นมาได้ ไม่รู้แหติดอะไร ตนจึงลงน้ำไปงมดู ก็พบว่าติดขอนไม้ขนาดใหญ่ จึงให้เพื่อให้นลงมาช่วยกันเอาแหขึ้น เมื่อเอาแหขึ้นได้แล้ว ด้วยความสงสัยจึงลงไปงมดูขอนไม้ใหญ่อีกรอบ ปรากฏว่า ยิ่งงม ก็ยิ่งพบว่าขอนไม้ใหญ่ต้นนี้ มีความยาวมาก

ขอหวย
เพราะขอนมาที่พบมีขนาดใหญ่มาก จึงกลับไปหารถไถมาลองเอาขึ้นดูก่อน และได้ทำพิธีแต่งขันธ์ 5 เพื่อให้ขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ใช้โซ่คล้องรอบต้นไม้ใหญ่นำขึ่นมา และใช้รถไถฟอร์ด ทะเบียน 995 ทำการชักลากขึ้นมา พบต้นตะเคียนขนาดใหญ่ กระทั่งประชาชนพากันทราบข่าว ต่างแห่ออกมากราบไหว้บูชาขอเลข พร้อมทำพิธี ขอหวย กันตามความเชื่อกันจำนวนไม่ใช่น้อย

สร้างความแปลกใจแก่ราษฎรเป็นอย่างมาก โดยหน้าแล้งปีที่ผ่านมา ราษฎรได้มาสูบน้ำตรงรอบๆนี้จนแห้งขอด แต่ก็ไม่พบขอนตะเคียนหรือต้นไม้ใหญ่มาก่อน แต่มาปีนี้ ประชาชนมาหว่านแหโครมแรก และโครมเดียว ก็ติดต้นตะเคียนใหญ่เลย ไม่ทันติดปลาสักตัว คาดว่า ต้นตะเคียนใหญ่ต้นนี้ คงอยากขึ้นมาจากน้ำ จึงทำให้ประชาชนและเพื่อให้นบ้านได้พบเจอ 

ต้นตะเคียนขนาดใหญ่ อายุไม่ต่ำกว่า 200 ปี มีขนาดความยาว กว่า 24 ศอก หรือประมาณ 12 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง ราว 80 เมตร โดยมีประชาชนนับ 20 คน ต่างนำดอกไม้ ธูปเทียน และเครื่องเซ่นไหว้ ทำพิธีบูชาขอโชคลาภ ขอหวย ตามความเชื่อ พร้อมนำแป้งฝุ่น ลูบเบาๆ ตามต้นตะเคียน ก่อนจ้องมองตัว “เลขเด็ด” 21 27 81 796 ต่างจดใส่กระดาษ หวังนำไปเสี่ยงโชค เสี่ยงดวง

มนุษย์เราต้องอยู่อย่างมีหวัง! โดนข้อหาเมาแล้วขับพร้อมฝ่าเคอร์ฟิวอีกกระทง

มนุษย์เราต้องอยู่อย่างมีหวัง!ชายหนุ่มนั่งลุ้นตรวจ ลอตเตอรี่ ในด่านเคอร์ฟิว เผื่อมีเงินจ่ายค่าปรับโดนข้อหาเมาแล้วขับพร้อมฝ่าเคอร์ฟิวอีกกระทง รีบคว้าลอตเตอรี่มาตรวจหวังถูกรางวัล หวังว่าลอตเตอรี่ที่พกติดตัวมาด้วยจะถูกรางวัล หวังลอตเตอรี่เป็นที่พึ่งเมื่อถูกจับอยู่ในด่านเคอร์ฟิว และที่จุดตรวจคัดกรองจังหวัดสมุทรปราการ ได้พบผู้ปฏิบัติความผิดเมาแล้วขับและฝ่าฝืนเคอร์ฟิวอีก 3 ราย พบหนึ่งในนี้พยายามบ่ายเบี่ยงเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ตำรวจพยายามให้เป่าเกือบ 10 ครั้ง สุดท้ายไม่รอด ถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย

ตามที่มีรายงานเมื่อเวลา 00.30 น. (2 มิ.ย.63) ในขณะที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ สภ.บางแก้ว และ สภ.บางพลี สมุทรปราการ กำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่ที่ด่านคัดกรองโควิด-19 และด่านเคอร์ฟิว ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเทพรัตน์ กม.6 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้มีรถยนต์เป็นรถกระบะได้ขับบรรทุกผู้โดยสารมา ทราบภายหลังเป็นชาวจังหวัดศรีสะเกษ อายุ 29 ปี ได้ขับรถเผ่านาที่ด่านในสภาพที่มีอาการมึนเมาสุรา และไม่มีใบอนุญาตให้ออกนอกเคหสถานในเวลาเคอร์ฟิว

ตำรวจจึงขอตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แต่เจ้าตัวพยายามที่จะบ่ายเบี่ยงไม่เป่าเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ตำรวจจึงต้องแจ้งดำเนินคดีหากไม่ให้ความร่วมมือ ชายคนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วจึงยอมเป่าเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ผลออกมาพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ที่สูงถึง 212  มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เจ้าตัวถึงยอมรับว่าดื่มมาจากจากย่านปทุมวันภายหลังที่ทางบริษัทให้ไปรับอะไหล่รถยนต์ แต่ตอนที่กลับจากรับอะไหล่รถยนต์เสร็จแล้ว ตนเองได้แวะดื่มสุรากับเพื่อให้นจึงคิดว่าไม่นานจึงไม่ได้รีบอะไร จนเพลินกว่าจะนึกขึ้นได้ก็กลับแต่ไม่ทันเวลาเคอร์ฟิว และมาถูกจับจับกุมและเป่าเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ และได้ผลตามที่ตรวจวัดได้ ผลออกมาพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ที่สูงถึง 212  มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หลังเจ้าหน้าที่ได้แจ้ง 2 ข้อหา เมาสุราแล้วขับและฝ่าฝืนคำสั่งเคอร์ฟิว ส่วนเพื่อให้นที่นั่งมาด้วยกัน ถูกดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนเคอร์ฟิว  ชายคนดังที่ได้กล่าวมาแล้วได้นำเอาลอตเตอรี่ออกมาทำการตรวจจำนวน 6 ชุด และบอกกับเพื่อให้นที่มาด้วยกันว่า มนุษย์เราต้องอยู่อย่างมีหวัง เพื่อให้ลอตเตอรี่ที่พกติดตัวมานั้นถูกรางวัลจะได้เอาเงินมาประกันตัว  แต่ปรากฏว่าหวยไม่ถูก แถมถูกจับอีก ทำให้ชายหนุ่มศรีสะเกษ กับเพื่อให้น หน้าสลด ถูกจับดำเนินคดีและเข้าคุกเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ถูกดำเนินฟ้องศาลตามคำสั่งเคอร์ฟิว ที่รัฐบาลได้ประกาศ พร้อมกับผู้ปฏิบัติความผิดเมาแล้วขับและฝ่าฝืนเคอร์ฟิวอีก 3 ราย โดยตำรวจได้นำส่งฟ้องศาลจังหวัดสมุทรปราการต่อไป

เจ้าแม่นิลกาฬมาเข้าฝันขอให้ช่วย ชดเชยสาวต่างแดนให้โชคใหญ่กว่าสองแสนบาท

ตอนวันที่ วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา มางนักข่าวแถลงการณ์ว่า ที่รอบๆศาลเจ้าแม่นิลกาฬ หรือรอบๆใกล้เคียงกับศาลเจ้าแม่เกล็ดแก้ว โคนต้นโพธิ์อาถรรพณ์ วัดกลางถนน พุทธสถานวัดแจ้ง หมู่ที่ 1 ตำบลไชยภูมิ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง พบประชาชนและนักเสี่ยงดวงอย่างมากเดินทางมาขอ “เลขเด็ด” จากเจ้าแม่นิลกาฬกันอย่างต่อเนื่อง หลังจากหวยออกงวดที่ผ่านมานั้น เจ้าแม่นิลกาฬ ได้ไปเข้าฝันคนต่างแดน พร้อมกับให้โชคลาภจากการถูกรางวัลกว่าสองแสนบาท จึงมาช่วยทำการสร้างศาลใหม่ให้อย่างสวยงาม

ถูกหวย
ทางด้าน นางสมปอง วิถีเถื่อน อายุ 75 ปี ได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีหญิงสาวอายุประมาณ 40 ปี เดินทางมาจากกรุงเทพฯ และได้มาเล่าเรื่องราวความฝันให้ตนเองฟังว่า พบเจ้าแม่นิลกาฬ เป็นพญานาคสีดำ สิงสถิตอยู่ภายในรูปปั้นพญานาค แต่ถูกนำมาทิ้งไว้ที่รอบๆโคนต้นโพธิ์ ตรงรอบๆใกล้เคียงกับศาลเจ้าแม่เกล็ดแก้ว โคนต้นโพธิ์อาถรรพณ์ วัดกลางถนน และบอกว่า ตอนนี้หมดเรี่ยวแรง ทรมานมาก เกล็ดแห้งแสบตัวไปหมดแล้ว ให้ช่วยอัญเชิญเจ้าแม่นิลกาฬ ไปใส่อ่างน้ำให้ทีแล้วจะให้โชคลาภก้อนโต

จากนั้น ทางตนเองได้ฟังเรื่องราวแล้ว จึงได้ช่วยหญิงสาวคนดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เดินตามหาซากพญานาค ตามโคนต้นโพธิ์ในรอบๆวัดแจ้ง ที่มีต้นโพธิ์อยู่เป็นจำนวนหลายต้น แล้วหลังจากนั้นก็ต้องตกตะลึง เมื่อพบว่ามีรูปปั้นพญานาคสีดำจริง มีลักษณะตาสีแดงและมีขนาดใหญ่ ซึ่งถูกทิ้งวางกองอยู่ตรงรอบๆโคนต้นโพธิ์ ส่วนหญิงสาวคนดังที่กล่าวมาข้างต้นดีใจมากที่พบเจอรูปปั้นพญานาค และบอกว่าเป็นจริงดั่งในฝัน ตนจึงได้ไปซื้ออ่างน้ำมาตั้งไว้ที่โคนต้นโพธิ์ พร้อมกับอัญเชิญรูปปั้นพญานาค เจ้าแม่นิลกาฬ ลงไปในอ่างน้ำด้วย

ถูกหวย
และเพียงครู่เดียวแค่นั้นเจ้าแม่นิลกาฬได้เข้าแฝงร่างราษฎรท่านหนึ่ง และบอกใบ้ตัวเลขให้หญิงสาวคนที่เดินทางมาตามหาเจ้าแม่นิลกาฬนำไปเสี่ยงดวงเมื่องวดที่ผ่านมา ปรากฎว่าได้โชคลาภกว่าสองแสนบาท จึงได้เดินทางกลับมาตั้งศาลเจ้าแม่นิลกาฬให้สวยงามอีกรอบ เมื่อราษฎรทราบข่าวต่างก็เดินทางมาขอเลขเด็ดเพื่อให้นำไปเสี่ยงดวงในงวดประจำวันที่ 16 กรกฎาคม 2563 นี้ โดยมีนักเสี่ยงโชครายหนึ่งเขย่าเซียมซีได้เลข “30” และจะเตรียมนำไปเสี่ยงโชคต่อไป.